ARTICLES
   
แกะรอย อารี สุทธิพันธุ์ : ศิลปินแห่งชาติ ผู้ชื่นชมเปลวไฟจากอดีตและปฏิเสธขี้เถ้าจากอดีต
     

 

ศาสตราจารย์ ดร,วิรุณ ตั้งเจริญ 

ผมเป็นลูกศิษย์ ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ “ผู้ชื่นชมเปลวไฟจากอดีตและปฏิเสธขี้เถ้าจากอดีต” ก่อนสอบเข้าเรียนวิชาเอกศิลปศึกษารุ่นแรกที่ วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) ช่วงฤดูร้อนปี ๒๕๑๑ ไพบูลย์ ปักษี เพื่อนชวนไปพบอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร เราไปกัน ๓ คน ขึ้นรถเมล์ขาวนายเลิด สมัยก่อนรู้สึกว่าไกลมาก ขึ้นรถสองแถวเข้าไปในซอยประสานมิตร สุขุมวิท ๒๓ สมัยก่อนเขานิยมเรียก วิทยาลัยวิชาการศึกษา ว่า “ประสานมิตร” ผมไปเป็นครั้งแรก ตกใจมาก เป็นระบบระเบียบ สะอาด นิสิตแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย เห็นเขาเดินไปมาพบกันก็กล่าวคำว่า “สวัสดี”

เพื่อนพามาที่ตึก ๔ ที่แผนกวิชาศิลปศึกษาตั้งอยู่ เข้ามาตรงประตูขวามือ เพื่อนตกใจบอกว่า “คนนี้แหละ อาจารย์อารี สุทธิพันธุ์” พวกเรารีบไหว้ ท่านรับไหว้ เพื่อนถามถึงการเตรียมตัวสอบ ดูเหมือนท่านบอกว่าสอบอะไรบ้าง พูดสั้นๆ ท่าทางนิ่งๆ มองพวกเราด้วยแววตากวนๆ (เพื่อนบอกอย่างนั้น) ท่านสวมเสื้อขาวแขนสั้น ผูกเนคไทสีเข้ม ผมมาถามเพื่อนว่าทำไมจึงจำได้ เพื่อนบอกว่า “เราเคยมาพบครั้งหนึ่งแล้ว มีลักษณะพิเศษ เป็นนักเรียนนอกด้วย” สมัยนั้นนักเรียนนอกโก้มาก

เมื่อสอบเข้าเรียนได้ ชีวิตก็ culture shock ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการเรียนการสอน กระบวนการซักฟอกผู้เรียน ผมได้แต่คิดในตอนนั้นว่า “โลกกำลังเปลี่ยนแปลง”

วันนี้ (๒๕๕๖) เขามอบ “ศิลปินแห่งชาติ” ให้กับอาจารย์ ผมได้แต่คิดว่า กรรมการประสาทการรับรู้บกพร่องมานาน หรือวันนี้เขาหมดคนของเขาที่จะให้แล้ว แน่นอน ท่านอาจารย์ยืนยันว่า “ให้แล้วก็จะไม่คืน” ผมและลูกศิษย์ก็ยังคงยืนยันว่า “ท่านอาจารย์อยู่เหนือความเป็นศิลปินแห่งชาติมากมายนัก”

 

ครูและศิลปินแห่งชาติ

แถวปีใหม่ ๒๕๕๖ พิบูลย์ มังกร โทรศัพท์มาขอให้เขียนถึงอาจารย์สักหน้าสองหน้า เมื่อทราบข่าวว่าอาจารย์ได้รับศิลปินแห่งชาติ ดูเหมือนใคร ๆ ก็โทรศัพท์แจ้งล่วงหน้ากันเป็นทิวแถว เมื่อหนังสือชื่อยาวเหยียด เพราะผมทำอย่างนี้หรือ เขาจึงให้เป็นศิลปินแห่งชาติ พิมพ์เสร็จ พอได้รับหนังสือจากท่านอาจารย์ ตกใจมาก เพราะ บก. เอาที่ผมเขียนไปเป็น “คำนิยม” ผมจะไปเขียนคำนิยมให้หนังสืออาจารย์ของผมได้อย่างไร

ผมคิดว่าสองหน้านั้นผมเขียนจากผลึกในใจ จึงขอฉายหนังสั้นซ้ำอีกรอบ

ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์
ครูของเราและศิลปินแห่งชาติ
ผมยินดีมากเมื่อได้ทราบว่า ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ครูของเรา ได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ แต่ก็มิได้ตื่นเต้นมากมายอะไร เพราะผมเชื่อมั่นมาตลอดเวลาว่า ท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ มีวัตรปฏิบัติในการสร้างมนุษย์ สร้างสานุศิษย์ทางด้านศิลปะ ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งแก่วงการศึกษาและสังคมไทยและท่านมีวัตรปฏิบัติ

ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ จิตรกรรม ให้เป็นงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนกระบวนการศึกษาค้นคว้าและกระบวนคิด อย่างมิรู้จบสิ้น ซึ่งนับเป็นต้นแบบการสร้างสรรค์ศิลปะ บนพื้นฐานสติปัญญาและวิชาการอย่างแท้จริง

ท่ามกลางกระแสตื่นตะวันตกจากอดีต กระแสศิลปะหลักวิชาและการสร้างอนุสาวรีย์ ได้แพร่สะพัดเข้าสู่สังคมไทย ได้วางกรอบไว้อย่างจำกัด ท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างเข้มแข็ง เพื่อพัฒนากระบวนการศึกษาค้นคว้า กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะ แล้วศิลปะสมัยใหม่ในสังคมไทยอีกทางเลือกหนึ่ง ก็แสดงปฏิกิริยา เพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์ศิลปะในสังคมไทยสืบไป

ปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดกระบวนการศึกษาค้นคว้าใหม่ กระบวนการคิดใหม่ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ และกระบวนการ สร้างสรรค์ใหม่ ย่อมเป็นคุณแก่พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแน่นอน ซึ่งอาจสอดคล้องกับที่ท่านเคยกล่าวว่า “ผมต้องการเปลวไฟจากอดีต ไม่ต้องการขี้เถ้าจากอดีต” ท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ เชื่อมั่นในความเป็นครูศิลปศึกษา ที่จะสร้างมนุษย์ สร้างสานุศิษย์ ให้เป็นผู้พร้อมด้วยอุดมการณ์และการอุทิศตนเพื่อการศึกษา อุทิศตนเพื่อการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมอย่างดีที่สุด ท่านกล่าวเสมอว่า “ผมเป็นครู ผมไม่ใช่ศิลปิน การสร้างสรรค์งานศิลปะ เป็นการค้นหากระบวนการสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง สร้างงานศิลปะอย่างดีที่สุดด้วยตัวของเขาเอง”

จากโรงเรียนเพาะช่าง วิทยาลัยวิชาการศึกษา และ Indiana University สหรัฐอเมริกา “Master of Fine Arts” ทางด้านจิตรกรรมคนแรกจากสหรัฐอเมริกา แล้วท่านอาจารย์ก็ฝังตัวอยู่ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) เป็นครูสอนศิลปะ เป็นครูสร้างคน เป็นครูเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะทุกลมหายใจเข้าออก อย่างมิรู้เหนื่อยยาก เป็นครูสอนศิลปะในระบบและนอกระบบ ตลอดชีวิตการทำงานและหลังเกษียณอายุราชการ จนถึงวันนี้กับวัย ๘๒ ปีเศษ ท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ยังคง hyperactive ทั้งสติปัญญา วิชาการ และการสร้างสรรค์ศิลปะ พวกเราก็เฝ้าหวังว่า ท่านจะเป็นเปลวไฟทางสติปัญญาพวกเราไปอีกนานแสนนาน

เมื่อทราบว่า “ท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ ครูของเรา” ได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ก็ยินดีมาก แต่ยังคงยืนยันความเชื่อมั่นว่า “ความเป็นครูของท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธุ์ มีค่าเหนือกว่าศิลปินแห่งชาติ” พร้อมกันนั้นก็มีคำถามในใจว่า “ทำไมคณะกรรมการคัดสรรศิลปินแห่งชาติจึงคิดช้านัก” พวกเราหวังว่า “ศิลปินแห่งชาติ” จะเป็นผู้ที่ได้รับการคัดสรรจากคณะกรรมการที่ทรงคุณภาพ มีความเที่ยงธรรม ลึกซึ้งในคุณค่าของศิลปะ จิตใจและรสนิยมที่เปิดกว้าง ปราศจากอคติ ปราศจากพรรคพวกนิยม ปราศจากสถาบันนิยม มองกว้าง มองลึก มองรอบ เห็นคุณค่าลุ่มลึกของการเป็นต้นแบบ ความเป็นครูของแผ่นดินเป็นประการสำคัญ

ท่านอาจารย์ครับ ลูกศิษย์ทุกคนของอาจารย์ ขอพระและคุณความดีทั้งปวงปกปักรักษาคุ้มครองท่านอาจารย์ ในฐานะ “ครูของแผ่นดิน” ที่ท่านสั่งสมสืบมาจนถึงทุกวันนี้ วัตรปฏิบัติอันยอดเยี่ยมของท่านอาจารย์ จะได้รับการสืบทอดและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมสืบไป

ด้วยเคารพรักยิ่ง

 

อดีตเพื่ออนาคต

เมื่อได้รับการทาบทามให้ไปร่วมพูดคุย วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่ มศว มศว และคณะศิลปกรรมศาสตร์จัดงานแสดงความยินดี ผมเรียนอาจารย์ทวีเกียรติ ไชยยงยศ และอาจารย์นิพนธ์ ทวีกาญจน์ ไปว่า ผมเขียนและพูดถึงอาจารย์มามากแล้ว อยากให้คนอื่นได้พูดบ้าง

หลายวันผ่านมาก็อดนึกถึงท่านอาจารย์ไม่ได้ ก็เลยเขียนบทกวีชื่อ อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ” (๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) วาดหวังว่าจะนำไปอ่านในวันนั้น

อารี สุทธิพันธุ์
ศิลปินแห่งชาติ
อารี ศักดิ์ศรีแห่งครูผู้สร้างสรรค์
สุทธิพันธุ์ อเนกอนันต์วิชาการยิ่งใหญ่
ศิลปิน พร้อมความเป็นครูเกรียงไกร
แห่งชาติ จารจารึกไว้นิรันดร์กาล
อดีตเพื่ออนาคต
จารจดสติปัญญาขับไขขาน
พลังสร้างสรรค์บนรากฐานวิชาการ
ปณิธานมั่นคงกว้างไกล
ท่านผู้แสวงหาเปลวไฟจากอดีต
ขีดอนาคตศิลปกรรมรากฐานใหม่
สลัดขี้เถ้าจากอดีตถ่ายทิ้งไป
การเรียนรู้คือความยิ่งใหญ่เลิศเลอล้ำ 
สร้างศรัทธา สร้างปัญญา สร้างสานุศิษย์
จาคะ ชีวิตคือผู้ให้ตอกย้ำ
เธอคือผู้ถ่ายทอดและสร้างสรรค์ศิลปกรรม
สร้างวัฒนธรรมแห่งกาลเวลา

ความเป็นครูของครู ย่อมยิ่งใหญ่
เหนือ เหนือสิ่งอื่นใดในโลกหล้า
คุณธรรม เมตตาธรรม ฝนจากฟากฟ้า
เหนือกว่าความเป็นศิลปินแห่งชาติใดใด
(หนังสือพิมพ์มติชน ๔ มีนาคม ๒๕๕๖ หน้า ๔)

 

สมุดบันทึกในห้องเรียน

กลับจากไปกับนิสิตดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปวัฒนธรรมวิจัย (รุ่น ๔) หลายวัน เพื่อศึกษาการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ พลังร่วมในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ในบริบทศิลปวัฒนธรรม ไปกันทุกภาคของประเทศ มีเวลานั่งรถนานนึกถึงท่านอาจารย์ กลับมาถึงวันนี้ (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) ลองแกะรอยท่านอาจารย์ ผิดพลาดหลงลืมเลอะเลือน ท่านอาจารย์คงไม่ว่าอะไร ลูกศิษย์แต่ละคนก็สูงวัยตามท่านอาจารย์มาแล้ว

ผมเหลือสมุดที่เรียนกับท่านอาจารย์ (๒๕๑๑-๒๕๑๓) ๒ เล่ม เล่มหนึ่งเป็นสมุดโน้ตปกแข็ง ตอนนั้นใช้โน้ตอยู่ ๒ เล่ม ที่เหลืออีกเล่มหนึ่งสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นเสมือน portfolio สะสมความรู้ความคิด ตามคำแนะนำของอาจารย์ เล่มแรกโน้ตที่อาจารย์สอนอาจารย์พูดไว้มากมาย ทุกเรื่องล้วนตื่นเต้นทางความคิดและวิชาการ ภาษาอังกฤษมากมาย ผมเขียนผิดเขียนถูกมากมาย ชื่อคน ชื่อนักคิด ชื่อศิลปิน เคยวางสมุดโน้ตไว้ในห้องของนิสิต ใต้ห้องพักอาจารย์ ท่านอาจารย์คงแอบมาเปิดดูสมุดโน้ตของลูกศิษย์ ตอนพวกเราไม่อยู่ อาจารย์แก้ภาษาอังกฤษไว้ให้หลายต่อหลายคำ

ในเล่มนั้น มีเรื่องการออกแบบ สี แรงเคลื่อนไหว Golden Mean Rectangle คำพูดของ Kandinsky, Cezanne, Plato, Tast ของ June King McFee, The Machine จิตวิทยาในการออกแบบ เปอร์สเปคตีฟระบบใหม่ Munsell Theory, Pop Art, A comparison of styles of painting, Analysis of Total Field, Plan Combination, Static and Dynamic, Organismic Growth, Do you rate as a super brain ? ฯลฯ ตรงหน้าแรก ๆ น่าจะเป็นคำพูดของท่านอาจารย์ หรือของผมเองก็ไม่ทราบ จำไม่ได้เพราะไม่ได้ระบุไว้

“ความรู้สึกของผู้พบเห็น ไม่มีขอบข่ายหยุดนิ่งอยู่กับที่และของเดิม”

“ควรเคารพว่าผู้ดูเป็นผู้มีปัญญา และก็ควรมีปัญญาให้ผู้ดูได้ใช้ปัญญา”

ผู้ชื่นชมเปลวไฟจากอดีต

หนังสือที่อาจารย์เขียน

ผมเชื่อว่าผมมีหนังสือเก่าใหม่ของอาจารย์อยู่ทุกเล่ม ช่วงขวาพิฆาตซ้าย ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ไปเรียนหนังสือช่วงแรก ที่บ้านต้องซุกซ่อนหนังสือมากมายไว้บนเพดาน เมื่อมีข่าวว่ามีการตรวจค้นบ้านคนอื่นบนเพดาน ต้องย้ายหนังสือมาใส่ตุ่มฝังดิน สมัยนั้นเลวร้าย ข้อหารุนแรงและไร้สาระมาก หนังสือมากมายก็เลยเปียกชื้นหายนะไปด้วย รวมทั้งหนังสือศิลปะมากมาย อย่างไรก็ตาม หนังสือของท่านอาจารย์ก็ยังเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงหนังสือ โดยทั่วไปแล้ว หนังสืออาจเป็นหนังสือรูปภาพ มีแต่ภาพ ที่นักชื่นชมบนถนนชื่นชอบ หนังสือที่บอกเรื่องราว เล่าเรื่อง หนังสือที่ให้ความคิดความอ่านแก่ผู้อ่าน หรือหนังสือที่จุดไฟในหัวใจให้ผู้อ่าน ให้มีความคิดความอ่าน สติปัญญา อุดมการณ์ หนังสือของท่านอาจารย์มักเป็นประเภทหลังๆ หนังสือที่มีอยู่ เช่น

  • การวาดเขียน (๒๕๑๖) กทม. : บริษัทสำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • ประวัติศาสตร์ศิลป์ (๒๕๑๙) กทม. : พิมพ์สำนักงาน มศว
  • การออกแบบ (๒๕๒๗) กทม. : บริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด
  • ศิลปะกับมนุษย์ (๒๔๒๘) กทม. : บริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด
  • ๖๐ ปี นักคิด นักศึกษาค้นคว้า นักวิชาการ ศิลปินเขียนภาพและนักสร้างสรรค์มนุษย์ อารี สุทธิพันธุ์ (๒๕๓๔) กทม. : หจก. ภาพพิมพ์
  • ศิลปนิยม (๒๕๓๕) กทม. : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์
  • การระบายสีน้ำ (๒๕๓๕) กทม. : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์
  • แบบฝึกหัดการระบายสีน้ำ (๒๕๓๗) กทม. : บริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด
  • อยู่ถึง ๒๐๐๐ (๒๕๔๓) กทม. : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว
  • มนุษย์กับสถานการณ์ ๒๐๐๑ (๒๕๔๔) กทม. : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว
  • ปรัชญาศิลปะ (๒๕๔๗) กทม. : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว
  • ผลึกความคิดศิลปะ (๒๕๕๑) กทม. : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • เพราะผมทำอย่างนี้หรือ เขาจึงให้เป็นศิลปินแห่งชาติ (๒๕๕๖) กทม. : บริษัท พริ้นต์โปร จำกัด ฯลฯ

 

หนังสือที่อาจารย์อ่าน

ผมแกะรอยหนังสือภาษาอังกฤษหลายต่อหลายเล่มที่ท่านอาจารย์อ่าน ท่านอาจารย์พูดถึงบ่อย ล้วนเป็นหนังสือที่ความคิดเข้มข้น นอกเหนือจากนี้ ท่านคงอ่านอีกมากมาย หนังสือที่ผมกล่าวถึงนี้ ท่านอาจารย์จะสกัดประเด็นหลัก ๆ ประเด็นที่เร้าใจ น่าสนใจ นำมาสอนพวกเรา พูดคุยกับพวกเรา หรือเปิดประเด็นให้พวกเราแสดงความคิดเห็น ผมพยายามเรียงหนังสือตามลำดับตามที่คิดว่าอาจารย์ให้ความสำคัญและมักกล่าวถึง  (ผิดถูกขออภัย)

  • Dewey, John. (1934). Art as Experience. New York : A Perigee Book.
  • Collingwood, R.G. (1975). The Principles of Art. New York : Oxford University Press.
  • McFee, June King. (1961). Preparation for Art. San Francisco : Wadsworth Publishing Co., Inc.
  • Feldman, Edmund Burke. (1967). Art as Image and Idea. New Jersey : Prentice Hall, Inc.
  • Arnheim, Rudolf. (1969). Visual Thinking. Los Angeles : University of California Press.
  • Schapiro, Meyer. (1978). Modern Art : 19th and 20th Centuries. New York : George Braziller.
  • Seitz, William C. (1962). The Art of Assemblage. New York : The Museum of Modern Art.
  • Hulten, K.G. Pontus. (1968). The Machine. New York : The Museum of Modern Art.
  • Read, Herbert. (1966). Art and Society. London : Faber and Faber.
  • Nicolaides, Kimon. (1969). The Natural Way to Draw. Boston : Houghton Miffin Co.
  • Edwards, Betty. (1979). Drawing on the Right Side of The Brain. Los Angeles : J.P. Tarcher, Inc.
  • Janson, H.W. (1974). History of Art. New York : Harry N. Abrams, Inc., Publishers.
  • Lowenfeld, Victor and W. Lambert Brittain. (1970). Creative and Mental Growth. New York :Macmillan.
  • Moholy-Nagy, Laszlo. (1947). The New Vision. Ner York : Wittenborn.
  • Toffler, Alvin. (1981). The Third Wave. Toronto : Bantam Books. etc.

 

 
  Copyright @ 2013 Marneumek All rights reserved.