ARTICLES
   
วัฒนธรรมและนวัตกรรมความคิดเชิงระบบเพื่อการพัฒนาองค์กร
     

ศาสตราจารย์ ดร. วิรุณ ตั้งเจริญ

 

 

เมื่อเรากล่าวถึง “วัฒนธรรม” เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า “ธรรม” คือธรรมชาติ ความจริง ความดีงาม “วัฒนะหรือวัฒนา” คือความเจริญ ความงอกงาม “ว” ในภาษาบาลีและสันสกฤตเป็น “พ” ในภาษาไทย “พัฒนะหรือพัฒนา” คือการเปลี่ยนแปลง การทำให้เจริญงอกงาม “วัฒนธรรม” จึงเป็นไปในทางบวกและต้องเปลี่ยนแปลงให้เจริญงอกงาม มีพลวัตอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปในทางดีงามให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนแปลงสังคม เปลี่ยนแปลงโดยมีฐานรากและตัวตนของความดีงาม

 

"นวัตกรรม" เป็นการกระทำ เป็นการเปลี่ยนแปลง เป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ สิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ “จินตนาการ” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ปัจจัยทั้งสองไม่อาจก่อเกิดได้ทันที มันเป็นกระบวนการ กระบวนการที่ต้องพัฒนา ต้ององอาจ ที่ต้ององอาจเพราะ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ หรือการเปลี่ยนแปลง ย่อมกระทบสิ่งที่เป็นอยู่ พฤติกรรมที่เป็นอยู่ ถ้าเรา “ไม่องอาจ” เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ นวัตกรรมในองค์กรก็เช่นกัน

 
ปัญญาธรรม คารวธรรม สามัคคีธรรม

เมื่อเราพูดถึง “ระบบ” ระบบขององค์กรย่อมเกี่ยวข้องกับโครงสร้างขององค์กร กลไก “mechanism” เกี่ยวข้องกับวินัยของบุคลากรในองค์กร ระบบจึงตรงข้ามกับการเป็นไปตามยถากรรม อย่างไรก็ได้ หรือการบริหารแบบไม่บริหาร

 

ส่วน “การพัฒนาองค์กร” การพัฒนา เปลี่ยนแปลง สร้างนวัตกรรมองค์กร ต้องพัฒนาระบบ พัฒนาโครงสร้าง กลไก วินัยองค์กรหรือวินัยของบุคลากร ต้องสามารถสร้างพลังร่วม (synergy) ในการทำงานร่วมกัน พลังร่วมในองค์กรจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการบริหารในแนวราบ “เรามีหน้าที่ต่างกันแต่เรามีศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์เท่ากัน” “เราอาจคิดต่างกันแต่มีอุดมการณ์และหลักการร่วมกัน” “เราเป็นเพื่อนกันและทำงานร่วมกันได้”

 

ผลการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อความสำเร็จในการบริหารของ พวงรัตน์ เกษรแพทย์ และ ดุษฎี โยเหลา (๒๕๔๖) ขึ้นอยู่กับข้อสรุปสามประการ

  1. ผู้คนในองค์กรร่วมทุกข์ร่วมสุข
  2. ผู้คนในองค์กรรู้จักประสานเพื่อสันติ
  3. ผู้คนในองค์กรรู้จักเพิ่มพลังให้ตนเอง

 

ในอดีตเรามักมองคนจากวุฒิภาวะทางปัญญาหรือ “IQ” (Intelligence Quotient) แต่วันนี้เรามองคนหลากหลายมิติยิ่งขึ้น มองหลายด้านและหลายแง่มุม ซึ่งศักยภาพเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้นำ การเป็นผู้บริหารในระดับต่างๆ ด้วย แน่นอนผู้บริหารควรมีและควรพัฒนาสติปัญญา (IQ) อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สติปัญญาช่วยบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์หรือ “EQ” (Emotion Quotient) ควบคุมอารมณ์ เก็บอารมณ์ รักษาอารมณ์ ดูดซับอารมณ์ของผู้อื่นได้ ผู้บริหารต้องมีวุฒิภาวะทางสังคมหรือ “SQ” (Social Quotient) มีมนุษยสัมพันธ์ ทำงานร่วมกับผู้อื่น อยู่ในสังคมแล้วสังคมสันติสุขและตนเองก็มีความสุข ผู้บริหารต้องมีวุฒิภาวะทางจริยธรรมหรือ “MQ” (Moral Quotient) มีความดีงาม ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และผู้บริหารต้องมีวุฒิภาวะทางการแก้ปัญหาหรือ “AQ” (Adversity Quotient) พึ่งได้และแก้ปัญหาได้ในยามวิกฤติ ทุกข์ร้อน หรือมีภัยต่าง ๆ “ร่วมทุกข์ร่วมสุข”

 

เราในฐานะที่เป็นผู้บริหารในระดับและงานที่ต่างกัน การเป็นผู้บริหารอาจต้องมีคุณสมบัติหลายประการ

 

การมีภาวะผู้นำ ถ้าไม่มีภาวะผู้นำหรือบุคลิกผู้นำ เราคงไม่สามารถพัฒนาองค์กรหรือนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ภาวะผู้นำเป็น “กระบวนการ” ที่พัฒนาได้ แต่ภาวะผู้นำก็ต้องไม่กลายเป็นการเชื่อมั่นตนเองมากเกินไป จนกลายเป็นทระนงหรือหลงตัวเอง

 

วิสัยทัศน์และศักยภาพ การมีวิสัยทัศน์เป็นการมองไปข้างหน้า การมองการณ์ไกลบนฐานของบริบทและเหตุผล วิสัยทัศน์องค์กรที่สัมพันธ์กับบริบทและการเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์บนฐานความรู้ (knowledge based) การมีวิสัยทัศน์ต้องควบคู่ไปกับการมีศักยภาพที่จะสร้างวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง ให้เป็นเนื้องานหรือเป็นรูปธรรม เพียง “วิสัยทัศน์” อาจว่างเปล่าก็ได้

 

หลักคิดเชิงบริหารจัดการ ซึ่งหลักคิดหรือแนวคิดในการบริหารจัดการ เราคงต้องพัฒนาประสบการณ์ ศึกษา สังเกต ทั้งจากประสบการณ์ตรงและหลักการ หลักคิดหรือ “concept” จะช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

จิตสำนึกสาธารณะ ผู้บริหารควรเป็นผู้ที่พร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม เอาสังคมและองค์กรเป็นตัวตั้ง เสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังศรัทธา หรือแม้แต่การเสียสละในเชิงวัตถุระดับหนึ่ง ถ้าผู้บริหารขาดจิตสำนึกสาธารณะจนกลายเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน องค์กรคงมีปัญหาอย่างแน่นอน

 

จิตสำนึกเชิงจริยธรรม ก็เกี่ยวข้องกับจริยธรรม ความดีงาม อีคิว ความซื่อสัตย์ยุติธรรม อาจรวมทั้งการมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตาที่เอื้ออาทรต่อกัน กรุณาที่พร้อมจะเป็นผู้ให้ ผู้ช่วยเหลือยามตกทุกข์ได้ยาก มุทิตาที่ยินดีด้วยจิตใจกับการประสบผลสำเร็จของผู้อื่น ถ้าขาด “มุทิตาจิต” อิจฉาริษยาก็มักจะตามมา อุเบกขาที่พร้อมจะวางเฉยกับสิ่งที่เป็นอธรรม สิ่งที่เลวร้าย ได้รับกรรมจากการกระทำ

 

การทำงานเป็นทีม เราพูดกันมาโดยตลอดว่า คนไทยทำงานเป็นทีมไม่ได้ เมื่อทำงานร่วมกันมักจะลดประสิทธิภาพและเป็นปัญหา ความคิดเช่นนั้นไม่ใช่สัญชาตญาณ “instinct” ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ การทำงานเป็น “กระบวนการ” และพัฒนาได้ การทำงานเป็นทีม การบริหารในแนวราบ การทำงานแบบบูรณาการ จึงเป็นพลังร่วมสำหรับการบริหารองค์กรทุกระดับ ในปัจจุบัน ท่ามกลางสังคมที่แข่งขันและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารที่ทำงานเป็นทีมไม่ได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ ย่อมล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

 

อีกด้านหนึ่ง การเป็นผู้บริหารองค์กรจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้กระแสสังคมและภาวะสังคมอยู่ตลอดเวลา จนหลายคนเชื่อว่า การบริหารในปัจจุบันเป็นการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) อย่างไรก็ตาม การบริหารองค์กรวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารองค์กรในมหาวิทยาลัย อาจต้องตระหนักในกระแสเหล่านี้

 

กระแสไอซีที (Information and Communication Technology) ที่เราต้องติดตามการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนและพัฒนา แม้จะต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องก็ตามที ไอซีทีเป็น “เครื่องมือ” ที่สำคัญสำหรับโลกวันข้างหน้า และเราก็ต้องเป็นผู้ใช้เครื่องมืออย่างฉลาดและรู้เท่าทันด้วย กระแสสังคมหลังสมัยใหม่ (Postmodern Society) ที่มีพลวัต มีความหลากหลาย สังคมที่เป็นภาพซ้อนหลายมิติ กระแสประชาสังคม (Civil Society) เมือง ท้องถิ่น ชุมชน ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ ชุมชนกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศวิทยา กระแสธรรมาภิบาล (Good Governance) ที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม ความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการมีส่วนร่วม

 

 

รวมทั้งการเป็นผู้บริหารทุกระดับในมหาวิทยาลัย ที่ต้องเข้าใจและตระหนักใน “ความเป็นมหาวิทยาลัย” รู้ว่ามหาวิทยาลัยคืออะไร พัฒนาการรากความคิดและอุดมการณ์มาอย่างไร มีพันธกิจหลักอย่างไร ฯลฯ เพื่อให้สามารถร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปอย่างมีทิศทาง อย่างน้อยในเบื้องต้นที่ต้องเชื่อมั่นว่า ความเป็นมหาวิทยาลัยมีฐานหลักสองฐาน ที่ทุกคนจะต้องมีเข็มมุ่งสอดผสานกันคือ ฐานวิชาการ (academic based) และฐานผู้เรียน (student based) นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าใครจะเป็นอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน เลขานุการ ฯลฯ ต้องบริหารจัดการวิชาการ สอน และบริการนิสิตนักศึกษาอย่างดีที่สุด

                         

 
  Copyright @ 2013 Marneumek All rights reserved.