ARTICLES
   
     
 

ตามความเป็นจริงแล้ว ในโลกของการรับรู้ย่อมมีลักษณะที่หลากหลาย สิ่งหนึ่งย่อมสัมพันธ์กับอีกสิ่งหนึ่งในกระสวนการรับรู้ (Pattern of Stimulation) คอฟฟ์คาเรียกว่า สิ่งแวดล้อมเชิงพฤติกรรม (Behavioral Environment) ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมเชิงภูมิภาพ (Geographic Environment) ในภาพ เส้นตรงของ เดวิด แคทซ์ (David Katz) เราเห็นเส้นตรงแนวตั้ง ๔ คู่ แต่ “ความร่วม” (togetherness) ของเส้นแต่ละคู่ ไม่มีสิ่งคู่กันโดยตรงในระบบของสิ่งเร้า

 

ภาพหน้าคนที่มีชื่อเสียงของ เอดการ์ รูบิน (Edgar Rubin) เราจะเห็นบริเวณสีขาวเป็นส่วน “ภาพ” (figure) และสีดำเป็นส่วน “พื้น” (ground) หรืออาจจะกลับกันก็ได้

 

 
 

 

จิตวิทยาเกสตอลท์ตั้งสมมติฐานว่า ผู้รับรู้สภาพแวดล้อมจะปรับ (transform) ข้อมูลไปสู่ความรู้สึก สิ่งที่ป้อนเข้ามามิได้ปรับตัวด้วยความรู้ แต่ด้่วยระบบการทำงานของหลักการรับรู้ ซึ่งเรียกว่า หลักการ เรียบง่าย (Simplicity Principle) แต่ละกระสวนของแสง (Pattern of Light) ที่กระทบบนจอภาพจะสร้างกระสวนขึ้นในสมอง ซึ่งเรียกว่า “สนามสมอง” (Brain Field) สนามสมองจะจัดระบบภายในตัวของมันเองให้เรียบง่ายที่สุด การรับรู้อยู่เหนือข้อมูลบนจอภาพ (Retinal Information) ด้วยหลักการพื้นฐานภายในสมอง รูดอล์ฟ อาร์นไฮม์ (Rudolf Arnheim) ได้พัฒนาทฤษฎีเกสตอลท์ต่อมา ช่วงหลังทศวรรษ ๑๙๗๐ ในเรื่องของการรับรู้ภาพ โดยการสาธิตแนวทางข้อมูลภาพ (Pictorial Information) ที่ได้รับการปรับตัวผ่าน “หลักการเรียบง่าย” นั้น ตัวอย่างเช่น กระสวน ๖ จุด เรียบง่ายกว่ากระสวน ๔ จุด ทั้งนี้เพราะบริเวณว่างที่เกิดขึ้นระหว่างกระสวน ๖ จุดเท่ากัน ก่อให้เกิดความเรียบง่ายกว่าบริเวณที่ต่างกันระหว่างกระสวน ๔ จุด นอกจากนั้นแล้ว ด้วยจำนวนที่เท่ากัน อาจเกิดกระสวนที่เรียบง่ายหรือซับซ้อนก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับว่า ส่วนประกอบเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรี้้

 
 

กระสวนแบบสมมาตร (asymmetry) ในลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยมซ้อนกัน (ขวา) มีความซับซ้อนมากกว่ารูปทรงสามเหลี่ยมที่วางคู่ชิดกัน (ซ้าย) กระสวนเรียบง่ายจะแสดงระเบียบ ความเป็นปกติ ความสมดุล และโครงสร้างที่ชัดเจน์

 

 
 
   
    ส่วนรวมและส่วนย่อย
    โรงเรียนจิตวิทยาเกสตอลท์ (Gestalt School of Psychology) ซึ่งเกิดขึ้นเยอรมนี ปี ๑๙๑๒ ได้พยายามสืบค้นว่า เราจะมองเห็นภาพได้อย่างไร ในความหมายของสภาพส่วนรวมและก็ได้ข้อสรุปว่า “ส่วนรวมย่อมมีค่ามากกว่าส่วนย่อยทั้งหมด” (The whole is more than the sum of its parts.) ซึ่งสภาพส่วนรวมไม่สามารถรับรู้ได้โดยการเพิ่มของส่วนย่อยอย่างโดดเดี่ยวง่ายๆ แต่ละส่วนย่อยได้รับอิทธิพลจากส่วนย่อยอื่นรอบตัว (The whole cannot be perceived by a simple addition of isolated parts : each part is influenced by those around it.)
 
 
  Copyright @ 2013 Marneumek All rights reserved.