ARTICLES
   
     
    ทฤษฎีเกสตอลท์ยืนยันว่า การรับรู้ไม่ใช่การอนุมานหรือการคาดเดา ผู้รับรู้จะปรับข้อมูลเข้าไปสู่ความรู้สึกสัมผัส ข้อมูลที่เข้ามามิได้ปรับด้วยความรู้ แต่ด้วยการทำงานบนหลักการรับรู้ที่เรียกว่า “หลักของความง่าย” (Simplicity Principle) แต่ละกระสวนของแสง (Pattern of Light) ซึ่งกระทบจอภาพ (retina) จะผลิตกระสวนขึ้นในสมองที่เรียกว่า “สนามสมอง” (Brain Field) สนามสมองจะจัดระบบในตัวของมันเองให้มีสภาพง่ายที่สุดหรือเรียบง่ายที่สุด (Winner, Ellen. ๑๙๘๕ : ๙๕)
 
   
    สภาพส่วนรวม
    เมื่อเราอ่านหนังสือ เราย่อมรับรู้คำโดยสภาพส่วนรวม มิใช่ตัวหนังสือเฉพาะตัวที่นำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกัน แม้ตัวหนังสือแต่ละตัวอาจพิจารณาได้อย่างเป็นเอกเทศ แต่ “คำ” ที่เกิดจากหนังสือที่รวมตัวกัน ย่อมมีความหมายมากกว่าตัวหนังสือที่แยกออกจากกันทั้งหมด เมื่อเราเย็บเสื้อ เราเริ่มด้วยการตัดชิ้นส่วนต่างๆ เมื่อเย็บรวมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน คอปกเสื้อ ด้านหน้า ด้านหลัง แขนเสื้อ เราก็จะได้สิ่งใหม่ใน “สภาพส่วนรวม” ที่เรียกว่า “เสื้อ” ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ จิตรกรชื่อ อาร์คิมโบลโด (Giuseppe Arcimboldo) ได้เขียนภาพประกอบแสดงให้เห็นส่วนย่อยและส่วนรวมได้อย่างดี เขาเขียนเป็นภาพสัตว์ต่างๆ ในส่วนย่อยและรวมตัวกันเป็นภาพหน้าคนในสภาพส่วนรวม
 
    นักจิตวิทยาเกสตอลท์และนักวิจัยเกี่ยวกับการรู้ภาพในช่วงแรก ได้พบว่า การมองเห็นจะค้นหาสภาพส่วนรวมที่เป็นเอกภาพ (Unified Whole) หรืออาจเรียกว่า เกสตอลท์ ความรู้เกี่ยวกับเกสตอลท์ในการมองเห็น ย่อมช่วยในการวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่ดี ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการผสานสัมพันธ์ การขจัดความสับสนไม่เป็นระบบ สร้างงานออกแบบที่มีความชัดเจนและมีหลักการ
 
   
    หลักการของเกสตอลท์
    นักออกแบบมิใช่ผู้ที่ทำงานอย่างง่ายๆ บนแผ่นกระดาษหรือบนจอคอมพิวเตอร์ แต่เขาจะต้องทำงานจากโครงสร้างของการรับรู้ (Perceptual Structure) เป็นการค้นหาความผสานสัมพันธ์ในการสร้างสรรค์งานออกแบบ
 
   
    ๑. ความคล้ายคลึง (Similarlity)
    เมืื่อเรามองสิ่งต่างๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยธรรมชาติแล้วเราจะจัดกลุ่มเข้าด้วยกัน ไม่ว่า จะเป็นสภาพคล้ายคลึงของรูปร่าง ขนาด สี ตำแหน่งของบริเวณว่าง มุมและน้ำหนักสี สิ่งต่างๆ ย่อมมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง และก็มีความแตกต่างกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเช่นกัน ในกลุ่มของความคล้ายคลึงของรูปร่างและมุม เราย่อมสังเกตเห็นความคล้ายคลึงของรูปร่างและมุม การเห็นความคล้ายคลึงเป็นสิ่งจำเป็น ก่อนที่เราจะเห็นความแตกต่างภาพของคนนอนสองคนอาจคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อพิจารณาต่อไปจะเห็นความแตกต่างของบุคคล ความแตกต่างของท่าทาง ความหมายและอื่นๆ นักออกแบบจะต้องมองเห็นความคล้ายคลึงและความแตกต่างให้ชัดเจน ลองพิจารณาความคล้ายคลึงของรูปร่าง มุม บริเวณว่าง ความแตกต่างและสภาพการรวมตัวในเชิงเกสตอลท์
 
   
    ๒. ความใกล้เคียง (Proximity)
    การจัดกลุ่มสิ่งที่คล้ายคลึงกันเข้าไว้ด้วยกัน เรียกว่า ความใกล้กัน สิ่งที่ใกล้กันสองสิ่งขึ้นไป เราจะมองเห็นเป็นกลุ่ม ความใกล้เคียงของเส้นหรือขอบ ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นและจัดกลุ่มเป็นรูปทรง
 
   
    ๓. ความต่อเนื่อง (Continuation)
    ตาของผู้ดูจะติดตามเส้นตรงหรือแนวโค้ง ความต่อเนื่องจะปรากฏเมื่อสายตาติดตามเส้นตรงหรือแนวโค้งไปอย่างนุ่มนวล บนวัตถุที่ต่อเนื่องกัน สายตาจะติดตามรูปร่างที่ไม่มีอะไรกีดขวางและรูปร่างที่มีความสัมพันธ์กลมกลืนกัน ความต่อเนื่องจะช่วยเน้นการเคลื่อนไหวและพลังบนพื้นภาพได้อย่างดี
 
 
  Copyright @ 2013 Marneumek All rights reserved.