ARTICLES
   
การรับรู้และจินตภาพ
     

ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ

พัฒนาการศิลปะจากวิญญาณนิยม (Animism) มาสู่ความคิดเกี่ยวกับเทพ สมมติเทพและศาสนา ได้กลายเป็นฐานความคิดสำคัญสำหรับความประณีตวิจิตรบรรจง จิตนิยม และจิตวิญญาณ ในเส้นทาง ของ วิจิตรศิลป์ หรือ “Fine Arts” เมื่อโลกยุคใหม่พัฒนามาสู่ปรัชญาความคิดที่เชื่อมั่นในเสรีภาพ เชื่อมั่นในสังคมประชาธิปไตย อำนาจของชนชั้นกลาง การปฏิวัติอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาสมัยใหม่ และการดำรงชีวิตสมัยใหม่ ศิลปะได้พัฒนาไปสู่ ศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) พร้อมกับคำและความหมายของ ทัศนศิลป์ หรือ “Visual Art” ที่เชื่อมั่นในการรับรู้ (Perception) ในโลกปัจจุบัน คำกล่าวของ กุสตาฟ คูเบท์ ศิลปินสัจนิยมที่ว่า “ข้าพเจ้าเขียนเทพธิดาไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นเทพธิดา” ย่อมบอกอะไรหลายอย่างสำหรับทัศนศิลป์ “ศิลปะที่มองเห็นได้” และศิลปะที่เกิดจากสิ่งที่มองเห็นได้ สัมผัสได้ รับรู้ได้จาก “visual” หรือ “ทัศนะ” ได้พัฒนามาสู่ภาพความคิด (Image of Thought) หรือภาพในสมองจากศักยภาพการทำงานของสมองทั้งสองด้าน เหตุผลและจินตนาการ ภาษาและภาพ รูปธรรมและนามธรรม ปัญญาและสติ มนุษย์และธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

  การแสวงหาความรู้  

วันนี้เราเชื่อว่าศิลปะสัมพันธ์กับโลกภายนอก การสัมผัส การรับรู้ ภาพในสมอง และการตีความ การแสดงออกทางศิลปะก็คือการนำเสนอภาพความคิดหรือภาพในสมอง

 

เราศึกษาและสร้างสรรค์ศิลปะจากฐานความรู้ความคิดและการปฏิบัติ ๓ ด้าน

    ๑. องค์ความรู้ทางศิลปะ (Body of Knowledge)  
    • (๑) ประวัติศาสตร์ศิลป์ (History of Art)
    • (๒) สุนทรียศาสตร์ (Aesthetics)
    • (๓) ปรัชญาศิลปะ (Philosophy of Art)
    ๒. ศิลปะกับมนุษย์ (Art and Human)
    • (๑) จิตวิทยาศิลปะ (Psychology of Art)
    • (๒) มานุษยวิทยา (Humanities)
    • (๓) สังคมวิทยา (Social Science)
    ๓. ผลงานศิลปะ (Work of Art)
    • (๑) แนวคิด (Concept)
    • (๒) สื่อดลใจ (Inspiration)
    • (๓) เนื้อหาและสาระ (Content and Subject Matter)
    • (๔) รูปแบบและกระบวนแบบ (Form and Style)
    • (๕) วัสดุและกลวิธี (Materials and Techniques)
    • (๖) กระบวนการสร้างสรรค์ (Creative Process)
    • (๗) อิทธิพล (Influence)
    • (๘) สนามสุนทรียะ (Aesthetic Field)
    • (๙) บริบทศิลปะ (Art Context)

 

การศึกษาศิลปะทั้งในทางลึกและกว้าง ย่อมก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของมวลความรู้ หรือสภาพความเป็นจริงโดยรวม มิได้แยกตัวออกเป็นรัฐอิสระและว่างเปล่า องค์ความรู้หรือมวลความรู้ย่อมมีพลังที่จะผลักดันให้ศิลปะรุกไปข้างหน้า ทั้งพลังในตัวความรู้และพลังจากตัวความรู้ที่ผลักดันการสร้างสรรค์ศิลปกรรม พัฒนาศิลปกรรม เป็นการพัฒนาอย่างมีรากความคิด มีบริบทสังคม บริบทวัฒนธรรม และบริบทศิลปะ อย่างมีนัยสำคัญ

 

การศึกษาและสร้างสรรค์ศิลปะ ย่อมเกี่ยวข้องกับความจริง ความดีและความงาม เกี่ยวข้องกับ “สุนทรียะ” ซึ่งเป็นเรื่องของความงาม ความไพเราะ ความสุขุมคามภีรภาพ ความสงบสันติ เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตและรสนิยม (Taste) “รสนิยม” ซึ่งเป็นคำที่กินความกว้างหลากหลาย ทั้งรสนิยมในการคิด การชื่นชมธรรมชาติ ศิลปะ ดนตรี การเลือกหนังสืออ่าน การเลือกดูภาพยนตร์ การใช้ชีวิตประจำวัน ฯลฯ จูน คิง แมคฟี (June King McFee) เชื่อว่ารสนิยมของคนเราสัมพันธ์กับปัจจัยหลัก ๓ ด้าน

  • ๑. ประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personal Experience)
  • ๒. ระดับสังคมและเศรษฐกิจ (Socio-economic Class)
  • ๓. วัฒนธรรมประจำชาติ (National Culture)

     

 

 
  Copyright © 2018 THM All rights reserved.